‘เปโดร อลองโซ โลเปซ’ เด็กหญิง 300 ศพ คือจำนวนที่เขาข่มขืนและฆาตกรรม

“ผมจะหาเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงน่ารักๆแถวท้องตลาด เหมือนเลือกซื้อผัก ซื้อปลา”

“และเมื่อพระอาทิตย์ตกดินผมก็จะเริ่มข่มขืน หลังจากนั้นผมจะบีบคอเธอ และมองเธอเสียชีวิตในช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น”

คำพูดของมนุษย์สุดอำมหิตเท่าที่โลกใบนี้เคยมีมาอย่างนายเปโดร อลองโซ โลเปซ ที่ฆาตกรรมเด็กหญิงไปแล้วถึง 300 ศพ

011-20_j11
เปโดร โลเปซ อลองโซ เป็นชาวโคลัมเบียโดยกำเนิด เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนแร้นแค้น ชีวิตในวัยเด็กของเขาแสนทรมาน ในวัย 8 ขวบ ถูกแม่แท้ๆทุบตีบ่อยครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นยังเคยถูกพี่สาวแท้ๆข่มขืน แล้วเขายังถูกแม่จับได้ว่าไปข่มขืนน้องสาวทำให้ถูกไล่ออกจากบ้าน เมื่อออกจากบ้านเขาก็โดนชายชราข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง และถูกทิ้งที่ข้างถนน

ต่อมาครอบครัวชาวอเมริกันเก็บหนูน้อยที่น่าสงสารนี้ไปเลี้ยง ทำให้ชีวิตของเขาที่ขณะนั้นอายุ 12 ปีเริ่มสดใส และได้โอกาสเรียนหนังสือ แต่เหมือนเขาเกิดมาต้องคำสาป เพราะถูกครูที่โรงเรียนข่มขืนอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็ได้หนีออกจากบ้านครอบครัวบุญธรรม ไปอาศัยอยู่ตามข้างถนนเป็นคนเร่ร่อน เขาหาเลี้ยงชีวิตด้วยการเป็นขอทานและลักขโมย

จนถึงอายุ 18 ปี ที่เขาถูกจับและขังคุก ซึ่งในคุกนั้นเขาก็ถูกนักโทษข่มขืนจนเป็นประจำ และเมื่อออกจากคุกมา เรื่องราวความอำมหิตของฆาตกรรายนี้ก็เริ่มต้นขึ้น

เขาเดินทางไปหลายประเทศในแถบเทือกเขาแอนดีส เช่่น โคลัมเบีย เอกวาดอร์ และเปรู โดยหาเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงที่มีเชื้อสายเป็นชนเผ่าอินเดียนแดง และที่เปรู เขาก็ฆาตกรรมเหยื่อรายแรก ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูกชาวบ้านจับตัวได้และรุมประชาทัณฑ์ และใกล้จะถูกชาวบ้านจับฝังดินทั้งเป็น แต่เหมือนชะตาของเปโดรยังไม่ถึงฆาต มิชชันนารีชาวอเมริกันเข้ามาห้ามชาวบ้าน และบอกพวกเขาว่าการกระทำเช่นนี้เป็นบาปมาก ควรจะให้ทางการเป็นคนตัดสินมากกว่า

แต่แล้วทางการเปรูที่ไม่ได้สนใจในเรื่องของชาวอินเดียนแดง ก็ตัดสินไล่เขาไปประเทศบ้านเกิดคือ โคลัมเบีย

เวลาผ่านไปถึงปี 1978 ที่ตลาดแห่งหนึ่งในโคลัมเบีย ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งและร้องตะโกนสุดเสียงตามหาลูกสาวที่หายตัวไป จนมีคนบอกว่าเห็นลูกสาวของเธอเดินไปกับคนแปลกหน้า โชคดีที่เธอได้พบลูกสาวในสภาพปลอดภัย แล้วชาวบ้านก็ต่างรุมประชาทัณฑ์เปโดร จนตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุและพาตัวเขาไปสอบสวนที่สถานี

ในการสอบสวนเปโดรปิดปากสนิท เขาไม่ยอมพูดอะไรเลย จนตำรวจวางแผนปลอมตัวเป็นบาทหลวงไปอยู่กับในห้องขัง

011-20_j12
ในห้องขังกับบาทหลวงนั้น เปโดรหลงกลของตำรวจเขาสารภาพกับบาทหลวงว่าได้ฆ่าข่มขืนเด็กผู้หญิงไป แล้วกว่า 300 คน หลังเอ่ยปากถึงการกระทำสุดอำมหิตขนาดนี้ เขาก็นำตัวไปชี้ตามที่เกิดเหตุ ซึ่งเขาก็สารภาพในทุกข้อกล่าวหา และถูดตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต

แต่เรื่องราวสุดเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เขาถูกปล่อยตัวออกจากคุกในวันที่ 31 ส.ค. 1994 เมื่อออกมาสู่โลกภายนอกเขาก็โดนชาวบ้านและญาติของเหยื่อที่โกรธแค้นรุมทำร้าย

ปี 1998 เขาถูกจับอีกครั้งข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่อยุ่ได้ 1 ปี เขาถูกตัดสินว่ามีสภาพจิตที่ผิดปกติจึงถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แล้วก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกจนในปี 2002 ที่ตำรวจได้พบเห็นเขากับกลุ่มผู้อพยพในอาร์เจนติน่า ซึ่งนั่นเป็นบันทึกสุดท้ายของชายที่ถูกขนานนามว่า “อสูรกายร้ายแห่งเทือกเขาแอนดีส”

กดติดตามข่าวขยะ เราจะทำให้คุณผงะทุกวัน

Previous article‘Status’ ชวนขวัญผวา!? กับ 4 โพสต์สยองขวัญของผู้ใช้เฟสบุ๊คก่อนเสียชีวิต
Next articleเรื่องจริงของ 5 นักประดิษฐ์ ที่ต้องจบชีวิตลงเพราะผลงานตัวเอง (ภาค2)

COMMENTS