คดีสุดสะเทือนขวัญในมาเลย์! ฆาตกรเหี้ยมฆ่าข่มขืนหญิงสาว ก่อนเผาทำลายศพสุดอำมหิต

หนึ่งในคดีฆาตกรรมที่สร้างความสะเทือนขวัญแก่ชาวมาเลเซียมากที่สุด น่าจะหนีไม่พ้นคดีฆาตกรรม แคนนี่ ออง เล เคียน ที่ถูกฆาตกรใจเหี้ยมอย่างนาย อาหมัด นาจิบ บิน อาริส ลักพาตัวไปข่มขืน และใช้มีดแทงจนเสียชีวิตก่อนจะทำลายศพด้วยการราดน้ำมันและจุดไฟเผา

011-20_j7
ปี 2003 แคนนี่ ออง หญิงชาวมาเลเซียที่ทำงานและอาศัยที่ประเทศสหรัฐฯกับ แบรนด้อน ออง สามีชาวจีนสัญชาติอเมริกัน กลับมาบ้านเกิดมาดูแลพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็ง จนพ่อของเธอมีอาการดีขึ้นอย่างมาก ทำให้เธอเตรียมจะกลับไปสหรัฐฯ และก่อนจะเดินทางไป เธอก็ได้ชวนเพื่อนๆและครอบครัวมาร่วมงานเลี้ยงส่งเธอจะไปอเมริกา ที่ร้านอาหารของห้างแห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์

ในวันงาน แคนนี่กับแม่มาถึงที่ห้างหลังเพื่อนๆเล็กน้อย และด้วยความรีบที่อยากจะไปหาเพื่อนๆในงานปาร์ตี้ เธอขับรถไปจอดที่ๆมืด แล้วก็คิดว่าไม่เป็นไร เมื่อไปถึงงานปาร์ตี้และสนุกกับเพื่อนๆและครอบครัวในงานเลี้ยงได้สักพัก แคนนี่เห็นว่าแม่ดูง่วงนอนแล้ว เธอจึงจะพาแม่และน้องสาวกลับบ้านไปก่อน ซึ่งขณะที่พวกเธอจะเตรียมขับรถกลับนั้น แคนนี่ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมบัตรจอดรถไว้ในรถที่เธอขับเมื่อตอนแรก เธอจึงรีบวิ่งไปที่รถโดยที่น้องสาวและแม่ของเธอยังไม่ทันได้พูดอะไรทั้งนั้น และนั่นก็เป็นความทรงจำสุดท้ายที่ทั้งสองคนได้เห็น แคนนี่

011-20_j8011-20_j10

20 นาทีผ่านไป น้องสาวของเธอก็เริ่มสงสัยว่าพี่สาวไม่น่าไปนานขนาดนั้น เธอจึงโทรหาแต่กลับติดต่อไม่ได้ ทำให้น้องสาวกับแม่เริ่มสังหรณ์ใจและตามหาแคนนี่ และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่สุดก็เกิดขึ้น แคนนี่กับรถของเธอได้หายไป ทั้งคู่รีบกลับในร้านอาหารและบอกว่าแคนนี่ได้หายไป เมื่อทุกคนรู้ก็ตกใจและพยายามโทรหาเธอ แต่ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม

แม่ของแคนนี่นึกได้ว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่ที่ลานจอดรถ เธอจึงไปขอดูวิดีโอที่บันทึกไว้ ซึ่งวิดีโอที่เห็นนั้น รถของแคนนี่ขับออกจากที่จอดอย่างรวดเร็วถึงขนาดชนกับที่กั้นด้วย และที่สำคัญที่แคนนี่ไม่ได้เป็นคนขับ

หลังจากนั้น แม่ของเธอก็รีบไปแจ้งตำรวจทันที และตำรวจก็ตั้งทีมค้นหาหญิงสาวที่หายตัวไป ด้าน แบรนด้อน สามีของเธอที่อยู่สหรัฐฯ เมื่อรู้ข่าวก็กระวนกระวายใจอย่างหนัก ซึ่งเขาก็ทำได้แต่เพียงภาวนาให้ไม่เกิดเรื่องร้ายกับภรรยาของเขา

ผ่านไปกว่า 72 ชั่วโมง ก็ยังไม่มีเบาะแสที่จะพบตัวแคนนี่ ครอบครัวของแคนนี่จึงอาศัยสื่อเพื่อตามหา จนในที่สุดตำรวจก็ได้พบรถของแคนนี่ที่ดูจากสภาพแล้วน่าจะเกิดเรื่องร้ายกับ แคนนี่ เพราะยางหน้าของรถแตก และพบคราบเลือดที่เบาะรถ

4 วันหลังจากการหายไปของแคนนี่ คนงานก่อสร้างคนหนึ่งได้เห็นบางสิ่งอยู่ในท่อระบายน้ำใกล้กับรถของแคนนี่ที่ จอดอยู่ โดยในท่อระบายน้ำนั้นมีล้อรถยนต์สองล้อ และศพของคนที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม และเมื่อศพถูกชันสูตรผลการตรวจฟันและดีเอ็นเอ ก็พบว่าคือศพของ แคนนี่ ออง

ทีมสืบสวนของตำรวจได้สันนิษฐานว่าฆาตกรมีความเชี่ยวชาญพอสมควร เพราะหาหลักฐานกับเบาะแสได้น้อยมาก และจนถึงตอนนี้เขาก็ยังลอยนวลอยู่ จนในที่สุดตำรวจคนหนึ่งก็ได้ให้เบาะแสแรกที่เป็นประโยชน์ที่สุด เขาเล่าว่าในคืนวันเกิดเหตุที่แคนนี่หายไปนั้น เขาเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ในที่เปลี่ยวและเมื่อไปตรวจสอบ ก็พบผู้ชายกับผู้หญิงนั่งในรถ ก่อนจะขอดูบัตรประชาชนและพบว่าผู้ชายมีชื่อวว่า อาหมัด นาจิบ บิน นาริส แต่ยังไม่ได้ซักถามอะไรผู้ชายก็ขับรถหนีไป ซึ่งเขาก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปแต่ก็ไล่ไม่ทัน

เมื่อได้เบาะแสและบัตรประชาชน ตำรวจก็ยิ่งเชื่อว่าฆาตกรรายนี้ต้องก่อคดีมาหลายครั้งและเป็นมืออาชีพ เพราะที่อยู่ในบัตรนั้นเป็นที่อยู่ปลอม แต่พวกเขาก็ใช้วิธีตามหาคนร้ายจากชื่อ จนพบว่าเขามีอาชีพเป็นพนักงานทำความสะอาดในเครื่องบิน ก่อนที่สุดท้ายตำรวจจะสืบสวนจนพบที่อยู่จริงและตามจับกุมนายอาหมัด ได้ที่บ้านพัก

011-20_j9
ในการสอบสวน เขายอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และพูดเหตุการณ์นั้นว่าเขาเห็นแคนนี่อยู่ที่รถ เขาก็วิ่งไปผลักเธอเข้าไปในรถ และรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้มีดจี้ขู่ว่าจะฆ่าเธอหากคิดหนี แล้วเขาก็ขับรถไปจอดในที่เปลี่ยวและข่มขืนเธอ 2 ครั้ง และใช้มีดแทงท้องเธอ 2 ครั้งจนเลือดไหลนอง เขาลากเธอออกจากรถและทิ้งไว้ข้างถนน และในขณะทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงละหมาดจากมีสยิดที่อยู่ในบริเวณนั้น แล้วแคนนี่ก็มองหน้าอาหมัดและบอกว่า
คุณกลับบ้านไปละหมาดเถอะ และปล่อยฉันอยู่ตรงนี้ ฉันอยากฟังเสียงสวดมนต์ แล้วอาหมัดก็จับมือแคนนี่มาวางที่หน้าอก ก่อนเดินจากไป ปล่อยให้ผู้หญิงที่เขาข่มขืนและใช้มีดแทงนั้นนอนจมกองเลือดเสียชีวิต

ผ่านไปอยู่หลายชั่วโมง อาหมัดกลับมาหาแคนนี่ที่นอนไร้วิญญาณอยู่ ซึ่งเขาได้เตรียมถังน้ำมันกับไฟแช๊กมาด้วย เขาใช้ผ้ามัดมือของของเธอและดันศพลงในท่อน้ำและราดน้ำมันก่อนจุดไฟเผา แล้วก็เดินจากไป

ต่อมา ในการพิพากษาในชั้นศาล ทนายความของอาหมัดร้องต่อศาลว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันไม่ได้ว่าใครคือคนก่อเหตุเพราะภาพเบลอมาก แม้จะซูมเข้าไปใกล้ๆก็ยังเห็นไม่ชัด แต่คำกล่าวของทนายนี้ก็ไม่มีผลพอให้อาหมัดพ้นผิด เพราะผ้าที่มัดมือแคนนี่นั้นคือผ้าชนิดเดียวกับที่บริษัททำความสะอาดที่อา หมัดทำงาน และพบคราบอสุจิในร่างของแคนนี่ด้วย

หมดคำแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น เพราะหลักฐานที่มัดตัวขนาดนี้ ศาลจึงพิพากษาตัดสินให้ นายอาหมัด นาจิบ บิน นาริส ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ จบคดีที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่ครอบครัวของแคนนี่ และเป็นหนึ่งในคดีความสะเทือนใจให้แก่ชาวมาเลเซียมากที่สุด

กดติดตามข่าวขยะ เราจะทำให้คุณผงะทุกวัน

Previous articleคดีฆาตกรรมยกครัว 6 ศพใน ‘ฮินเตอร์ไคเฟ็ค’ ปริศนาที่ไม่มีวันกระจ่างชัด
Next article‘Status’ ชวนขวัญผวา!? กับ 4 โพสต์สยองขวัญของผู้ใช้เฟสบุ๊คก่อนเสียชีวิต

COMMENTS