ตำนานฆาตกรสยอง ‘อัลเบิร์ต ฟิช’ ชายชราผู้ชื่นชอบการกินเนื้อเด็ก

Albert_Fish_1903

ในเดือนพฤษภาคม ปี 1928 ที่เมืองนิวยอร์ค อัลเบิร์ต ฟิช ชายสูงวัยดูภูมิฐานปรากฏตัวต่อหน้าครอบครัวบัด
เขาเรียกตัวเองว่า ‘แฟรงค์ โฮวาร์ด’ เขาเดินทางมาเพื่อขอพบ เอ็ดเวิร์ด บัด เด็กหนุ่มวัย 18 ปี
ที่ประกาศหางานชายชราอ้างกับตระกูลบัดว่าตนมีฟาร์มและจะขอรับเอ็ดเวิร์ด ลูกชายคนโตของบ้านเข้าทำงานด้วย

อัลเบิร์ต ฟิช มีความสนิทสนมกับครอบครัวบัด ด้วยลักษณะท่าทางที่ดูเหมือนชายชราใจดีและอ่อนโยน ทำให้
สมาชิกในครอบครัวบัดต่างไว้เนื้อเชื่อใจเขาเป็นอย่างมาก ต่อมา อัลเบิร์ต ฟิช ได้ล่อลวงลูกสาวคนเล็กวัย 10 ขวบ
อย่าง เกรซ บัด ไปร่วมงานวันเกิดหลานสาวของตน

เกรซ บัด เข้าร่วมงานตามที่ชายชราได้นัดแนะไว้ และนั่นคือวันสุดท้ายที่ครอบครัวบัดได้พบกับลูกสาวของตนเอง
ต่อมาครอบครัวบัดได้แจ้งความกับตำรวจ ก่อนพบความจริงว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกของชายชรา
ซึ่งได้สร้างความโศกเศร้าเสียใจต่อครอบครัวบัดเป็นอย่างมาก

GraceBudd

หลายปีผ่านไป อัลเบิร์ต ฟิช ส่งจดหมายไปยังครอบครัวบัด โดยเนื้อหาจดหมายได้บรรยายถึงรายละเอียด
การสังหารลูกสาวคนเล็ก ชายชราได้อธิบายถึงการทารุณเด็กหญิงในทุกรายละเอียด และที่สำคัญ
เขาได้บอกเล่าถึงการนำเนื้อของเด็กสาวมาปรุงเป็นอาหาร เขาสารภาพว่าชื่นชอบในรสชาติของ
เนื้อมนุษย์เป็นอย่างมาก

ไม่นานนัก ตำรวจได้บุกไปจับกุมตัว อัลเบิร์ต ฟิช ชายชราให้การสารภาพว่าตอนแรกเขาตั้งใจจะ
สังหารเอ็ดเวิร์ดพี่ชายคนโต ก่อนเปลี่ยนใจเลือกเกรซแทน โดยฆาตกรกล่าวอ้างว่าเขาสังหารเด็ก ๆ
และกินเนื้อพวกเขา มากว่าร้อยคน จากการสืบสวนโดยละเอียดของตำรวจ พบว่าเขามีเติบโตใน
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มเขารับงานเป็นช่างทาสี ต่อมาเขาได้แต่งงานมีครอบครัว
ทุกอย่างควรเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งภรรยาของเขาหนีตามผู้ชายคนใหม่ และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้น
ให้เขามีพฤติกรรมผิดปรกติ

Albert-Fish-electrocution

ท้ายที่สุด ศาลได้สั่งประหารชีวิต อัลเบิร์ต ฟิช แต่ดูเหมือนเจ้าตัวไม่ได้สะทกสะท้านกับโทษประหาร
เลยแม้แต่น้อย เขานับรอวันที่จะถูกประหารอย่างใจจดใจจ่อราวกับเป็นเรื่องน่ายินดีบนเก้าอี้ไฟฟ้า

กดติดตามข่าวขยะ เราจะทำให้คุณผงะทุกวัน

Previous article“จะเป็นไง? ถ้าฉันฆาตกรรมแฟนตัวเอง!” คำถามชวนสะดุ้ง โจ๋เวลส์นึกว่าเพื่อนอำ แต่กลับทำจริง
Next article2วัยรุ่นออสซี่รุมฆาตกรรมโหดเพื่อนรุ่นน้อง ช็อก! ยอมรับหน้าตาเฉย-ไม่รู้สึกผิด

COMMENTS